นิทรรศการ Crafting From The North Showcase

นิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวและจิตวิญญาณของแต่ละพื้นที่ ผ่านการดึงเอาทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิตท้องถิ่น และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับสิ่งแวดล้อมมาตีความใหม่ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงการออกแบบอย่างรู้คุณค่าและใส่ใจการใช้งานจริง แต่ยังตอกย้ำความตั้งใจของเหล่านักสร้างสรรค์ ที่มุ่งมั่นพัฒนาวัสดุให้สามารถต่อยอดสู่งานออกแบบร่วมสมัยและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ได้อย่างยั่งยืน
นิทรรศการได้รวบรวมและจัดแสดงวัสดุที่น่าสนใจทั้งหมด 41 ชนิด โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
1) กลุ่ม Fashion & Lifestyle
วัสดุที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ ได้แก่ ผ้าใยกัญชงที่ทอจากเส้นใยเปลือกไม้ของต้นกัญชง มีเอกลักษณ์ที่พื้นผิวไม่เรียบ มีปมบางส่วน และขนาดเส้นใยที่ไม่เท่ากัน ทำให้เกิดช่องว่างเวลาทอ สวมใส่แล้วรู้สึกโปร่งโล่งสบาย

เส้นใยกัญชงที่ได้จากการดึงเส้นใยเปลือกไม้ของต้นกัญชง เมื่อนำมาทอจะได้ผืนผิวที่ไม่เรียบ มีปมเป็นบางส่วน และขนาดของเส้นใยที่ไม่เท่ากันจะทำให้เกิดช่องว่างเวลาทอ ทำให้โปร่งโล่งเวลาสวมใส่ คุณสมบัติของผ้ากัญชงคือ ระบายอากาศได้ดี ปลอดสารกำจัดศัตรูพืช ทนทาน ป้องกันรังสี UV เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้น้ำและดินในการปลูกน้อย ป้องกันจุลชีพ ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ นุ่มขึ้นทุกครั้งที่ซักสามารถย้อมสีธรรมชาติจาก ห้อม ประดู่ มะเกลือ ด้วยการย้อมร้อนวัตถุดิบจะเป็นเปลือกไม้ และแก่นไม้ที่ต้องใช้ความร้อนในการสกัดสี และการย้อมเย็นจะเป็นการสกัดสีจากวัตถุดิบโดยการหมักให้ได้น้ำสี แล้วนำสีที่ได้จากการหมักมาย้อมกับเส้นใย เช่น การย้อมคราม และย้อมห้อม ทั้งสองวิธีต้องใช้สารช่วยย้อม หรือสารกระตุ้นสีที่เรียกว่า มอร์แดนท์ธรรมชาติ (mordants) ได้แก่ น้ำด่าง น้ำสนิมเหล็ก น้ำปูนใส น้ำโคลน น้ำกรดจากมะนาว และน้ำมะขามเปียก เพื่อให้สีธรรมชาติติดแน่นในเส้นด้าย ใช้ได้ทั้งก่อนย้อมสี ใช้พร้อมย้อมสี และใช้หลังย้อมสีโดยใช้ระยะเวลาแช่ไว้ 1 ชั่วโมง ในการบ่มสีให้เข้าสู่เส้นใย และจึงนำมาผึ่งให้แห้ง จากนั้นจึงนำเส้นใยมาทอเป็นผืน และนำไปตัดเย็บเป็นชิ้นงานที่สมบูรณ์ สำหรับตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์และเครื่องแต่งกาย
2) กลุ่ม Architect & Interior
วัสดุที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ ได้แก่ กระจกจืน (กระจกตะกั่ว) วัสดุท้องถิ่นที่แต่เดิมนิยมนำมาประดับตกแต่งฐานพระพุทธรูป ผนังโบสถ์ บุษบก และศิลปะวัตถุโบราณ สู่การประยุกต์ใช้ในงานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในยุคใหม่

กระจกจืน วัสดุที่เกิดจากความสำเร็จในการรื้อฟื้นภูมิปัญญา “การหุงกระจก” ที่สูญหายไปกว่า 150 ปี โดย “คุณรชต ชาญเชี่ยว” สล่าพื้นบ้านล้านนา ชาวอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นช่างหุงกระจกเพียงท่านเดียวในประเทศไทย โดยกระจกจืน หรือกระจกตะกั่ว แต่เดิมนิยมนำมา ประดับตกแต่งฐานพระพุทธรูป ประดับมณฑป ผนังโบสถ์ บุษบก ประดับสัตภัณฑ์ เครื่องราชภัณฑ์ และศิลปะวัตถุโบราณ โดยเนื้อกระจกสามารถนำไปดัดให้โค้งงอหรือตัดเป็นแผ่นขนาดเล็กด้วยกรรไกรและมีความยืดหยุ่นกว่ากระจกเกรียบ มีลายผิวร้าวที่เกิดจากเทคนิคการตัดปะที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เนื้อกระจกสามารถสะท้อนเฉดสีต่าง ๆ ได้ชัดเจนและดูมีมิติมากขึ้น โดยมีขนาดวัสดุตั้งแต่ 15×15 เซนติเมตร จนถึง 15×75 เซนติเมตร สามารถผลิตได้ 5 เฉดสีคือ เหลือง แดง เขียว และน้ำเงิน และสีธรรมชาติ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานตกแต่งภายในโรงแรม หรือรีสอร์ทเพื่อเสริมสร้างเสน่ห์และสะท้อนกลิ่นอายความเป็นล้านนา อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่งานเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น กรอบรูป แจกัน โคมไฟ เป็นต้น
3) กลุ่ม Craft & Packaging
วัสดุที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ ได้แก่ หนังกาบกล้วย วัสดุทดแทนจากกาบกล้วยหลากหลายสายพันธุ์ เคลือบด้วยกาวแป้งข้าวเจ้า ปลอดสารเคมี มีความทนทานสูง สามารถใช้ทดแทนหนังสัตว์ได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับงานตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ แฟชั่น และบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก

หนังทดแทนจากธรรมชาติผลิตจากกาบกล้วยตานี โดยแปรรูปด้วยขั้นตอนจากภูมิปัญญาและนวัตกรรมสิ่งทอ จากแถบอำเภอเจ็ดเสมียน จังหวัดราชบุรี ใช้กาวจากน้ำยางกล้วยสูตรเฉพาะของตานีสยาม ไร้สารเคมีในการผลิต จนได้ผิวสัมผัสและคุณสมบัติเทียบเท่าหนัง เหนียว นุ่มลื่น ทนทาน ทนรอยขีดข่วนเล็ก ๆ กันน้ำ น้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับหนัง ขนาดสูงสุดที่ผลิตได้คือ 50 x 80 เซนติเมตร ห้ามโดนของมีคม ไม่ทนไฟและความชื้นตามแบบฉบับวัสดุธรรมชาติ ลักษณะพิเศษอีกอย่าง คือ ลวดลายและสีสันไม่ซ้ำกันตามธรรมชาติของกาบกล้วย โดยจะมีสี 3 เฉดตามฤดูกาล คือ ลวดลายกล้วยและสีสันแบบฤดูร้อน โทนสีทึมและเข้มในหน้าฝน และโทนสีขาวที่หายากในฤดูหนาว สามารถส่งต้นกล้วยมาสั่งผลิตเป็นลักษณะพรีออเดอร์ตามแบบที่ต้องการได้โดยไม่จำกัดสายพันธุ์ เหมาะสำหรับนำไปตัดเย็บขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นทดแทนหนังสัตว์ได้ เช่น กระเป๋า หมวก ปกสมุด เคสโทรศัพท์ จนไปถึงวัสดุปิดผิวตกแต่งภายใน อย่างแผ่นรองโต๊ะ หรือวอลเปเปอร์
4) กลุ่ม Healthy & Beauty
วัสดุที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ ได้แก่ แผ่นใยไหม นวัตกรรมจากการวิจัยปรับพฤติกรรมหนอนไหมให้พ่นเส้นใยออกมาเป็นแผ่น กระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนในจังหวัดเชียงราย สามารถนำไปต่อยอดเป็นแผ่นมาส์กหน้า หน้ากากอนามัย หรือวัสดุปิดแผลได้

แผ่นมาส์กหน้าจากหนอนไหม ซึ่งมีที่มาจากการวิจัยเปลี่ยนพฤติกรรมหนอนไหมให้พ่นเส้นใยเป็นแผ่น ซึ่งเส้นใยจะอุดมด้วยโปรตีนไหม โดยแผ่นใยไหมจะประกอบไปด้วย เส้นใยโปรตีนไฟโบรอิน (Fibroin) 70-80% และ เมือกเคลือบโปรตีนเซริซิน (Sericin) 20-30% มีคุณสมบัติในการช่วยลดความเสื่อมสภาพของผิวหนัง ต่อต้านเชื้อโรค ป้องกันรังสียูวี ช่วยดูดซึมและกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว สามารถผลิตขนาดไม่เกิน 60×80 เซนติเมตร โดยกระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนหมู่บ้านเลี้ยงไหม จังหวัดเชียงราย สามารถนำมาใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เช่น แผ่นมาส์กหน้า หน้ากากอนามัย แผ่นปิดแผลช่วยสมานแผล เป็นต้น




