50 Campaigns That Shape the World แคมเปญสร้างสรรค์ที่ดีที่สุด 50 ชิ้น ใน Cannes Lions 2026
World Creative Review 2026
50 Campaigns That Shape the World คัดงานจาก Cannes Lions จนได้ 50 แคมเปญที่คมที่สุดและมีโจทย์ใกล้กับประเทศไทย เป็นไอเดียโฆษณาและการตลาดที่โดดเด่นที่สุด โดยนักสร้างสรรค์เลือกงานที่เล่าเรื่องเก่ง แปลกใหม่ และแก้โจทย์ธุรกิจได้เฉียบขาด เพื่อให้นำไปปรับใช้จริง
1. สติกเกอร์กระเป๋าโปรโมทประเทศ (ซาอุดีอาระเบีย):

แจกน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มให้ผู้จัดส่งของฝาก แต่แทนที่จะให้คูปองเปล่า ๆ กลับออกแบบสติกเกอร์ศิลปะติดกระเป๋า เพื่อให้กระเป๋าเดินทางเหล่านั้นทำหน้าที่เป็นป้ายโฆษณาเคลื่อนที่โปรโมทวัฒนธรรมซาอุฯ ไปทั่วโลก
2. เสื้อบอลลดราคาตามขนาดโลโก้สปอนเซอร์ (แบรนด์ Aguila – โคลอมเบีย):

แก้ปัญหาเสื้อบอลทีมชาติแพงเกินไป โดยการทำเงื่อนไขว่า หากแฟนบอลเลือกเสื้อที่มีโลโก้สปอนเซอร์ขนาดใหญ่ขึ้น ราคาเสื้อจะยิ่งถูกลง เพื่อช่วยให้แฟนบอลที่มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงเสื้อแท้ได้
3. แมทช์สถิติคนดูกับความหมายในสนาม (โปแลนด์):
กระตุ้นให้แฟนบอลกลับมาดูการแข่งขันในสนาม โดยนำข้อมูลการเข้าชมของแฟน ๆ ไปเชื่อมโยงกับสถิติเชิงบวกและผลชนะของสโมสร เพื่อให้เห็นว่า “การมาเชียร์ส่งผลต่อชัยชนะของทีมจริง ๆ”
4. 1,000 โลโก้จิ๋วช่วยกู้ชีพทีมฟุตบอล (เปรู):

ทีมฟุตบอลดิวิชัน 3 ไม่มีเงินทุนและหาสปอนเซอร์รายใหญ่ไม่ได้ จึงปรับดีไซน์เสื้อให้มีช่องโลโก้ขนาดจิ๋ว 1,000 ช่อง เพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กในเมืองสามารถร่วมเป็นสปอนเซอร์ได้ และนักฟุตบอลจะไปช่วยโปรโมทร้านค้าให้เป็นการตอบแทน
5. เปลี่ยนสนามบอลเป็นบาร์โค้ดยักษ์ (Mercado Libre – บราซิล):
แบรนด์อีคอมเมิร์ซไปเป็นสปอนเซอร์สนามฟุตบอลเก่าแก่ แต่กลัวคนดูไม่ชอบ จึงดีไซน์พื้นที่สนามให้กลายเป็นบาร์โค้ดที่สามารถสแกนจากมุมไหนก็ได้ (รวมถึงภาพข่าว) เพื่อรับส่วนลด 25% ในการช้อปปิ้ง
6. คนทำอาหารมักมีเสน่ห์ (Knorr):

แบรนด์เครื่องปรุงรสช่วยคนโสดหาคู่ โดยการยิงโฆษณาและดันคอนเทนต์ให้กับคนที่ใช้ Knorr ทำอาหารลงบน TikTok เพื่อสร้างพื้นที่จับคู่เดทแทนการใช้แอปหาคู่ทั่วไป
7. ซื้อเบียร์ฟรีผ่าน Whatsapp (Heineken – ไอร์แลนด์):
แจกคูปองเบียร์ฟรีผ่านทางข้อความเสียงยาว ๆ บน Whatsapp เพื่อดึงให้ผู้คนหยุดส่งข้อความหากันในโลกออนไลน์ แล้วชวนเพื่อนออกมานั่งดื่มนั่งคุยกันที่ผับจริง ๆ
8. ส่งต่อวิธีกู้ชีพผับชุมชน (Heineken):
เนื่องจากผับในไอร์แลนด์ทยอยปิดตัวลง แบรนด์จึงเข้าไปช่วยสอนลุง ๆ ในหมู่บ้านให้ทำธุรกิจผับให้อยู่รอด แต่ความเจ๋งคือ แบรนด์ขยายไอเดียโดยให้ “กลุ่มคุณลุงที่กู้ผับสำเร็จ” เป็นคนเดินสายไปส่งต่อความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้หมู่บ้านอื่นด้วยตัวเอง
9. ประเพณีโปรยข้าวตกเกรดในงานแต่งงาน (อินเดีย):
ชุบชีวิตข้าวตกเกรดที่เกษตรกรกำลังจะทิ้ง โดยนำมาบรรจุแพ็กเกจใหม่เพื่อใช้ในประเพณีโปรยข้าวอวยพรวันแต่งงาน เปลี่ยนขยะทางการเกษตรให้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าและมีความหมายลึกซึ้ง
10. รีวิว Google Map แลกเบียร์ฟรี (Stella Artois):
ดึงยอดรีวิวในพื้นที่ที่ซื้อแอดไม่ได้อย่าง Google Map โดยให้คนโพสต์ภาพรีวิวอาหารคู่กับเบียร์ Stella เพื่อแลกเบียร์ฟรี และหากรีวิวไหนน่าเชื่อถือที่สุด แบรนด์จะนำข้อความนั้นไปทำเป็นป้ายโฆษณาหน้าร้านอาหารจริง ๆ
11. คู่มือมือสองเคียงข้างสินค้า (IKEA):
ตอกย้ำเรื่องความทนทานและความยั่งยืน โดยสนับสนุนให้คนส่งต่อและขายเฟอร์นิเจอร์ IKEA มือสอง ซึ่งความพิเศษคือ IKEA จะจัดเตรียม “คู่มือประกอบสินค้า” ตามไปให้ผู้ซื้อรายใหม่ด้วยเสมอ
12. ภาพถ่ายบน iPhone ที่เปลี่ยนไป (Back Market):
แบรนด์ขายสินค้าไอที Refurbished โจมตีพฤติกรรมการเปลี่ยนมือถือบ่อยจนเกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยนำภาพแคมเปญเก่าในตํานานอย่าง Shot on iPhone รุ่นแรก ๆ มาถ่ายซ้ำในมุมเดิม เพื่อแสดงให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมในภาพเดิมนั้นเสื่อมโทรมลงไปมากเพียงใดจากสภาวะโลกเลวนร้าย เพื่อกระตุ้นให้คนหันมาใช้ของรีไซเคิล
13. แพลตฟอร์มเปลี่ยนป้ายโฆษณาเป็น Dark Mode ฟรี:

บริษัทพลังงานทางเลือกทำแพลตฟอร์มให้เอเจนซี่ต่าง ๆ นำชิ้นงานโฆษณานอกบ้าน (OOH) มาเปลี่ยนเป็น Dark Mode ได้ฟรี ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานของป้ายไฟลงได้สูงถึง 74%
14. สเปซโปรแกรมที่ไม่ต้องไปนอกโลก (SKF):
แบรนด์ผลิตตลับลูกปืน (B2B) อยากสร้างความน่าสนใจ จึงเข้าไปเป็นสปอนเซอร์โครงการผลิตพลังงานใต้น้ำที่ “เกาะฟาโร” โดยการเปรียบเทียบระยะทางการหมุนรอบใต้น้ำของเรือกลไกว่ายาวนานและทรหดเท่ากับการเดินทางไปดวงจันทร์ เพื่อพิสูจน์ความทนทานขั้นสุดของลูกปืนแบรนด์ตัวเอง
15. อายัดบัญชีผ่านเครื่องรูดบัตร POS (BCP Bank):
แก้ปัญหาเวลาคนโดนขโมยมือถือแล้วจะกังวลเรื่องแอปธนาคาร แต่ไม่มีมือถือโทรไปอายัด โดยธนาคารเปิดระบบให้ผู้เสียหายสามารถเดินไปอายัดบัญชีของตัวเองได้ทันทีผ่านเครื่องรูดบัตร (POS) ที่ตั้งอยู่ตามร้านค้าทั่วไปในเมือง
16. วงกลมพู่กันสีน้ำเล่าประวัติศาสตร์ (Taketsuru Whiskey – ญี่ปุ่น):

การฟื้นคืนชีพแบรนด์วิสกี้พรีเมียมผ่านงานคราฟต์ โดยนำประวัติศาสตร์ของผู้ก่อตั้งที่ไปเรียนรู้วิธีการทำวิสกี้จากต่างประเทศแล้วสร้างโรงกลั่น 2 แห่งที่ต่างกันในญี่ปุ่น มาวาดเป็นวงกลมด้วยพู่กันสีน้ำ 1,000 วง เพื่อสื่อถึง “ความแตกต่างที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว” และใช้เป็นอัตลักษณ์ในทุกชิ้นงาน
17. เปลี่ยนหมู่บ้านให้เป็นโรงแรม (Village Hotel – ปารากวัย):

ประเทศอยากโปรโมทการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนแต่ไม่มีงบสร้างโรงแรมใหญ่ ๆ จึงพลิกโฉมชุมชนให้เป็นโรงแรม โดยให้บ้านคนในพื้นที่เป็นห้องนอน ร้านค้าในชุมชนเป็นห้องอาหาร และคนในหมู่บ้านเป็นพนักงานต้อนรับ ซึ่งแคมเปญนี้ได้ผลตอบรับดีมากจนยอดจองเต็มตลอดเวลา
18. ท้าทายคนไปหาขอบโลก (Columbia):
ตอกย้ำภาพลักษณ์ความอึด ถึก ทน ของเสื้อผ้าเดินป่า โดยซีอีโอแบรนด์ออกมาท้ากลุ่มคนที่เชื่อว่าโลกแบนว่า “ถ้าคุณสามารถเดินทางไปถ่ายรูปพิสูจน์ขอบโลก โดยใส่เสื้อผ้า Columbia ได้จริง จะยกบริษัทให้เลย”
19. ย้อนวันวานเครื่องบินแลนดิ้งกลางเมือง (Cathay Pacific – ฮ่องกง):
เล่นกับความทรงจำร่วม (Nostalgia) ของคนฮ่องกงในยุคก่อนปี 1998 ที่คุ้นชินกับการเห็นเครื่องบินบินผ่านตึกสูงเพื่อลงจอดที่สนามบิน “ไคตั๊ก” กลางเมือง แบรนด์จึงทำแคมเปญบินเครื่องบินผ่านน่านฟ้าจุดเดิมอีกครั้งเพื่อโปรโมทงานรักบี้เซเว่น ซึ่งเรียกน้ำตาและความประทับใจจากคนฮ่องกงได้อย่างล้นหลาม
20. สปอนเซอร์ที่กลมกลืนไปกับแฟนเพลง (Adidas x Oasis):
การกลับมารวมตัวกัน (Reunion) ของวง Oasis โดย Adidas วางตัวเองเป็นมากกว่าแค่สปอนเซอร์จ่ายเงิน แต่ทำตัวเป็น “แฟนเพลงตัวยง” ปรับเปลี่ยนสินค้า ดีไซน์ร้านค้า และสร้างยูนิฟอร์มเฉพาะเพื่อต้อนรับแฟนเพลง ทำให้แบรนด์กลมกลืนไปกับ Culture ของวงดนตรีระดับโลกโดยไม่ยัดเยียดโลโก้
21. พนันชื่อแบรนด์ในเพลง Super Bowl:

เมื่อชื่อแบรนด์ไปปรากฏอยู่ในเนื้อเพลงของศิลปินที่จะขึ้นโชว์ Super Bowl (ซึ่งปกติรายการเพลงจะถูกปิดเป็นความลับ) แบรนด์จึงชวนแฟน ๆ โหวตให้เพลงนี้ได้เล่นจริง โดยมีเงื่อนไขว่าหากทำสำเร็จ แบรนด์จะลดราคาบริการในแอปเหลือเพียง 1 ดอลลาร์ทันที
22. แพลตฟอร์มสร้างโฆษณา Super Bowl ของตัวเอง:
เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ชิ้นส่วนภาพโฆษณาที่มีให้เลือกมากกว่า 1,000 ชิ้น เพื่อสร้างเป็นโฆษณา Super Bowl ในเวอร์ชันของตัวเอง ซึ่งสร้างยอดแชร์และทางเลือกสินค้าที่หลากหลาย
23. หนังโฆษณาแห่งความฝัน (On Running):
หนังโฆษณารองเท้าวิ่งที่นักวิจารณ์ยกย่องว่าดีที่สุดชิ้นหนึ่ง นำเสนอคอนเซปต์ “The Dream Lab” ที่พูดถึงความอิสระและจินตนาการ นำแสดงโดย Zendaya และกำกับโดยผู้กำกับระดับตำนานอย่าง Spike Jonze
24. รองเท้าที่คิดค้นเพื่อผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม (Adidas):

ดีไซน์รองเท้าที่ออกแบบโครงสร้างตามลักษณะเท้าเฉพาะของผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม โดยไม่ใช่แค่ทำเป็นแคมเปญการกุศล (CSR) ชั่วคราว แต่ผลิตเพื่อวางขายจริงในช็อป Adidas ทั่วโลก เป็นโมเดลธุรกิจต้นแบบของการทำสินค้าเพื่อผู้พิการ
25. 150 ปีแห่งความผูกพันผ่าน Vaseline (แอฟริกาใต้):
หยิบยกวัฒนธรรมร่วมของคนแอฟริกาใต้ทุกรุ่นที่มักจะโดนคุณย่าคุณยายจับทาวาสลีนเคลือบหน้าก่อนออกจากบ้านไปโรงเรียน มาทำเป็นหนังโฆษณาอบอุ่นหัวใจเพื่อตอกย้ำความผูกพันยาวนานกว่า 150 ปีของแบรนด์
26. พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับผู้ใช้จริง (Vaseline):

ภาคต่อของแคมเปญปีที่แล้ว โดยแบรนด์ตามหาผู้บริโภคที่นำวาสลีนไปประยุกต์ใช้ในวิธีแปลก ๆ แต่ได้ผลจริง แล้วชวนพวกเขามาร่วมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (Product Development) พร้อมส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์รายได้ ซึ่งเป็นโมเดลการร่วมงานกับครีเอเตอร์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
27. เชิดชูอินฟลูเอนเซอร์สายพูดความจริง (Dove):
ในยุคที่ผู้บริโภคเริ่มไม่เชื่อถือการรีวิวเพราะรู้ว่าได้รับสปอนเซอร์ Dove จึงทำแคมเปญสวนกระแสอุตสาหกรรมบิวตี้ ดึงตัวอินฟลูเอนเซอร์ที่กล้าพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมา (แม้จะมีข้อบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์แบบ) เข้ามาเป็นพรีเซนเตอร์หลักเพื่อสร้างความจริงใจ
28. ปฏิวัติคำศัพท์ลวงโลกในวงการบิวตี้ (The Ordinary):
ตีแผ่การตลาดสายท็อกซิกที่ใช้คำศัพท์อวดอ้างเกินจริงและไม่เป็นวิทยาศาสตร์ โดยแบรนด์นำคำศัพท์ยอดฮิตในตลาดมาวิเคราะห์ใหม่ ทำออกมาในรูปแบบ “ตารางธาตุของคำลวง” พร้อมปล่อยหนังโฆษณาฉายซ้ำคำเหล่านั้นให้คนตระหนักว่าอุตสาหกรรมนี้กำลัง Mislead ผู้บริโภคอยู่
29. เทรนด์ไก่เหลืองส่งเสียงโค้ก (Coca-Cola):
แบรนด์เกาะกระแสไวรัลอินเทอร์เน็ต โดยจับมือกับของเล่น “ไก่เหลืองบีบมีเสียง” นำมาครีเอทว่า หากใครสามารถบีบไก่ให้เป็นจังหวะเสียงคล้ายคำว่า “โคคา-โคล่า” ได้ถูกต้อง จะได้รับโค้ดพิเศษสำหรับสั่งชุดโค้กและไก่ทอดไปทานฟรีทันที

30. พลิกวิกฤตคิทแคทถูกขโมยให้เป็นแคมเปญล่ารางวัล (KitKat):
เมื่อมีข่าวว่าสินค้าถูกขโมย แบรนด์แทนที่จะออกมาแถลงการณ์แบบเคร่งเครียด กลับพลิกวิกฤตให้เป็นแคมเปญสนุก ๆ ชวนคนทั้งโซเชียลช่วยกันตามหาชิ้นส่วนที่หายไป ถือเป็นมิติใหม่ของการบริหารจัดการวิกฤต (Crisis Management) จนคว้าเกรนด์ปรีซ์หมวด PR
31. เปลี่ยนคนเล่นเกมปลอมให้มาเป็นลูกค้าจริง (Clash Royale):
แก้ปัญหาการถูกก๊อปปี้เกมโดยไม่ต้องฟ้องร้อง แบรนด์เปิดเว็บให้คนที่เล่น “เกมเลียนแบบ” เข้ามาสะสมแต้มและกรอกข้อมูลว่าเล่นไปกี่ชั่วโมง จากนั้นแบรนด์จะเปลี่ยนชั่วโมงเหล่านั้นให้เป็นเงินโบนัส (In-game Currency) เพื่อดึงพวกเขากลับมาเล่นเกม Clash Royale ของจริง
32. เกาะกระแสแต่งตั้งโป๊ปด้วยทวีตเดียว (Popeyes):
แบรนด์ฟาสต์ฟู้ดที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่นกับกระแสบนแพลตฟอร์ม X (Twitter) โดยเมื่อมีการประกาศแต่งตั้งอเมริกันโป๊ปคนแรก แบรนด์รีบโพสต์ข้อความสั้น ๆ เชื่อมโยงแบรนด์กับคำว่า Pope ทันที ส่งผลให้ได้ยอดเอนเกจเมนต์ถล่มทลาย แซงหน้าโพสต์ประกาศอย่างเป็นทางการของสำนักข่าวเสียอีก
33. บล็อกเชนประทับตราฝีมือมนุษย์ (Play By Human):

ในยุคที่เพลงสร้างจาก AI กำลังแย่งงานและยอดวิวจากศิลปินจริง แคมเปญนี้จึงสร้างแพลตฟอร์มให้ศิลปินอัปโหลดผลงานเพื่อรับแท็ก “Play By Human” ผ่านระบบ Blockchain เพื่อการันตีคุณค่าว่าเป็นฝีมือมนุษย์ 100% พร้อมทำแคมเปญนำเพลงฮิตจาก AI กลับมาคัฟเวอร์ใหม่โดยใช้นักดนตรีจริง
34. เปลี่ยนข้อความพิมพ์เป็นโลกเสมือน (Project Genie by Google):
กูเกิลเปิดตัว AI สร้างวิดีโอตัวใหม่ ที่พิเศษคือเมื่อป้อนข้อความ (Prompt) ลงไปแล้ว วิดีโอที่ได้จะแปรสภาพเป็นโลกแบบอินเตอร์แอคทีฟ (Interactive World) ที่เราสามารถเข้าไปเล่นและเชื่อมต่อกับครีเอเตอร์คนอื่นได้ คว้าตรารางวัลหมวด Digital Craft ไปครอง
35. แอดแอปเปิลทีวีสร้างด้วยมือ ไม่ใช้ CG (Apple TV):

สร้างความต่างในยุค AI ด้วยการรีแบรนด์โลโก้ใหม่ของ Apple TV โดยใช้วัสดุพลาสติกพิเศษมาจัดแสง ถ่ายทำด้วยมุมกล้องและฝีมือมนุษย์ล้วน ๆ ไม่ใช้ซีจี เพื่อเฉลิมฉลองทักษะความคราฟต์แบบดั้งเดิมของมนุษย์
36. หนังโฆษณาเลียนแบบเกมที่ถ่ายจริง (Coinbase):
โฆษณาแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัลที่สร้างสรรค์ชิ้นงานโดยลอกเลียนแบบมุมมองภาพจากโลกของวิดีโอเกม แต่ความเจ๋งคือใช้มนุษย์มาแสดงและถ่ายทำจริงแบบเฟรมต่อเฟรมเพื่อสร้างงานคราฟต์ที่โดดเด่น จนสามารถเอาชนะหนังโฆษณาคู่แข่งตัวอื่นได้
37. AI ที่ไม่บอกคำตอบ แต่ชวนให้คุณคิด (Claude by Anthropic):
หมายเหตุ: สปีคเกอร์พ่นคำว่า คลอโรส/คอร์ส ซึ่งสื่อถึงโมเดล AI Claude หนังโฆษณาที่ส่งประกวดและชนะรางวัลใหญ่หมวด Film นำเสนอว่า AI ตัวนี้จะไม่ใช่แค่เครื่องจักรที่พ่นคำตอบทื่อ ๆ ออกมา แต่เปรียบเสมือนคู่คิดที่ชวนให้ผู้ใช้งานได้ขบคิดและค้นหาคำตอบที่แท้จริงของตัวเอง
38. พลิกโฉมการเลือกตั้งโปร่งใส (เวเนซุเอลา):
แก้ปัญหาการทุจริตในระบบเลือกตั้งของรัฐบาลทหาร แคมเปญนี้รวบรวมอาสาสมัครประชาชนกว่า 600,000 คน ให้ช่วยกันใช้มือถือถ่ายรูป QR Code บนบัตรเลือกตั้งหลังลงคะแนนเสียง แล้วส่งมารวบรวมเพื่อตรวจสอบคะแนนดิบที่แท้จริง ส่งผลให้ประธานาธิบดีหญิงชนะการเลือกตั้ง และแคมเปญนี้มีส่วนช่วยขับเคลื่อนสังคมจนได้รางวัลระดับโลก
39. ช็อกโกแลตแบ่งตามระดับความเหนื่อย (Cadbury):
เข้าใจอินไซด์ว่าในสังคมที่เศรษฐกิจไม่ดี เราต้องแบ่งปันกัน แบรนด์จึงดีไซน์แพ็กเกจจิ้งช็อกโกแลตใหม่ ให้ช่องแบ่งมีขนาดไม่เท่ากัน โดยระบุว่า คนที่ทำงานเหนื่อยกว่า (เช่น คนขับรถ หรือคนช่วยพับผ้าห่ม) สมควรได้รับช็อกโกแลตชิ้นที่ใหญ่กว่าคนอื่น
40. ไลฟ์พิสูจน์ผ้าอ้อม 1 ชั่วโมงบนของแพง (Huggies):

พิสูจน์ประสิทธิภาพความแห้งสบายและไม่รั่วซึมแบบสุดโต่ง โดยการนำเด็กทารกที่เพิ่งทานอิ่มมานอนเล่นอยู่บนเฟอร์นิเจอร์และของแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมจัดไลฟ์สตรีมมิงยาวนานต่อเนื่อง 1 ชั่วโมงเต็มเพื่อแสดงหลักฐานความปลอดภัยแบบเรียลไทม์
41. การเรียนแพทย์ผ่านอารมณ์ขันและงานดีไซน์:
แก้ปัญหาเรื่องโรคเฉพาะของคนผิวสีที่ไม่ค่อยถูกบรรจุอยู่ในตำราเรียนแพทย์ทั่วไป แคมเปญนี้นำเสนองานดีไซน์และการสอดแทรกอารมณ์ขันมาปรับเปลี่ยนอคติและความกลัวในการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันสามารถใช้วิธีตรวจคัดกรองเบื้องต้นได้ง่าย ๆ ผ่านการตรวจเลือด
42. ร้านกาแฟย่อส่วนบนเครื่องชงจริง (De’Longhi):
ตอกย้ำแนวคิดว่าเครื่องชงกาแฟโฮมยูสให้รสชาติยอดเยี่ยมเหมือนทานที่ร้าน แบรนด์สร้างชิ้นงานจิ๋ว (Miniature) จำลองโมเดลร้านคาเฟ่ชื่อดังจากทั่วโลกมาครอบลงบนตัวเครื่องกาแฟอย่างประณีตและสวยงาม โดยที่ตัวเครื่องยังสามารถกดชงกาแฟได้ตามปกติ
43. เพื่อนแท้ร่วมทางผ่าน copy ประสานใจ (Moncler):
วิธีการโฆษณาเสื้อโค้ทหนาวให้เหนือกว่าแบรนด์หรูอื่น ๆ แบรนด์ใช้ข้อความ “Warmer Together” พร้อมดึงตัวนักแสดงรุ่นใหญ่ที่เป็นเพื่อนซี้กันในชีวิตจริงอย่าง Robert De Niro และ Al Pacino มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความอบอุ่นของมิตรภาพ เผยแพร่ผ่านทุกชาแนลเพื่อเน้นย้ำคุณค่าของความสัมพันธ์
44. สวัสดิการลาป่วยเพื่อแม่วัว (Dairy Product Brand):

แคมเปญของแบรนด์ผลิตภัณฑ์นมที่หันมาใส่ใจสวัสดิภาพสัตว์ โดยยอมจ่ายเงินชดเชยให้กับฟาร์มในวันที่แม่วัวป่วย เพื่อที่เกษตรกรจะได้ไม่ต้องฝืนรีดนมปนเปื้อนยาปฏิชีวนะมาทิ้ง ถือเป็นการดูแลทั้งระบบนิเวศรวมไปถึงตัวผู้บริโภคด้วย
45. เปลี่ยนรถพระสันตะปาปาเป็นรถพยาบาล (แคมเปญ Hope):
แคมเปญสร้างความตระหนักรู้ระดับโลกต่อสถานการณ์ฉนวนกาซา โดยนำรถพาหนะประจำตำแหน่งดั้งเดิมของโป๊ป (Popemobile) มาดัดแปลงดีไซน์ใหม่ให้เป็นรถพยาบาลเพื่อเตรียมพร้อมส่งเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในพื้นที่ขัดแย้ง
46. เว็บไซต์ประเมินภัยพิบัติบ้านเกิด (SunCorp Insurance):
แบรนด์ประกันภัยออสเตรเลียที่ไม่ขายของตรง ๆ แต่สร้างแพลตฟอร์ม AI ให้ประชาชนกรอกที่อยู่บ้านตัวเองลงไป จากนั้น AI จะจำลองภาพโครงสร้างบ้านขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศ พร้อมบอกวิธีซ่อมแซมจุดเปราะบางล่วงหน้า คว้ารางวัลสูงสุด Titanium ลอนช์
47. วิทยุย้อนเวลาเยียวยาผู้ป่วยสมองเสื่อม (Radio Time Machine):

ผลงานชิ้นโปรดของสปีเกอร์ที่ส่งประกวดเพียงหมวดเดียวแต่คว้าเหรียญเงิน โดยใช้ AI จำลองและรวบรวมบทเพลงฮิตผสมผสานเข้ากับคลิปเสียงข่าวจริงในอดีตตามปี พ.ศ. ต่าง ๆ ให้ผู้ป่วยสมองเสื่อมสามารถหมุนปุ่มเลือกปีเพื่อฟังเสียงวันวาน ซึ่งผลวิจัยทางการแพทย์ชี้ว่าช่วยกระตุ้นความจำและเยียวยาจิตใจผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี

48. Relax Your Tight End
คือแคมเปญรณรงค์เพื่อสุขภาพระดับประเทศในสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทยายักษ์ใหญ่ Novartis ร่วมมือกับสมาคมฟุตบอลแห่งชาติ (NFL) ใช้มุกตลกคำว่า “Tight End” (ตำแหน่งในอเมริกันฟุตบอล / ก้นที่ขมิบแน่น) เพื่อลดความกลัวของผู้ชาย กระตุ้นให้ผู้ชายเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก มุ่งเน้นให้ความรู้ว่าปัจจุบันสามารถตรวจคัดกรองขั้นต้นได้ง่าย ๆ ผ่าน การตรวจเลือด PSA (PSA Blood Test) ซึ่งสะดวกและไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
49. Heinz “Look Familiar?”
เป็นแคมเปญโฆษณาระดับโลกที่เปลี่ยนความคิดผู้บริโภคจาก “เฟรนช์ฟรายส์กินกับซอสอะไรก็ได้” ให้กลายเป็น “เฟรนช์ฟรายส์ต้องคู่กับ Heinz เท่านั้น” โดยหยิบยกความจริงใกล้ตัวที่ว่า กล่องใส่เฟรนช์ฟรายส์ทั่วไปในตลาดมีรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่ละม้ายคล้ายคลึงกับกรอบโลโก้ทรงคีย์สโตนอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
50. Tra Mongkut “Soil Stay”
เป็นแคมเปญสร้างสรรค์ในรูปแบบ B2B Farmstay ครั้งแรกของไทยโดย ปุ๋ยตรามงกุฎ ที่เปลี่ยนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และแก้ปัญหาเรื่องดินอย่างยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย โดยสร้างเป็นศูนย์วิจัยและฟาร์มต้นแบบของจริงทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อความรู้ในการจัดการดินที่ถูกต้องกลับไปสู่เกษตรกร

บทสรุป (Key Takeaways)
หมดยุคงาน Purpose แบบเครียด ๆ: เทรนด์ปีนี้งานประเภทเพื่อสังคมหรือสะท้อนปัญหาสังคม (Purpose-driven) มีสัดส่วนลดลง แต่งานที่เหลืออยู่จะถูกปรับโทนให้มีความตลก ขี้เล่น และดูเบาสมองมากขึ้น (Light-hearted) เนื่องจากผู้คนเผชิญเรื่องเครียดในโลกความจริงมามากพอแล้ว
